phanurat's profile~=[ Type-t ]=~ ®PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    October 11

    เรื่องเล่าวันเหงาๆ

     

    เมื่อรู้ว่าการสูญเสียกำลังคืบคลานเข้ามา.. จิตใจก็ยิ่งห่อเหี่ยวลงไปทุกวัน

    แม้จะรู้ว่ายังมีโอกาสได้พบเจอกันอีกก็ตามloneliness

    แต่ความกลัวที่จะต้องไกลห่างกันก็ห้ามให้เกิดขึ้นไม่ได้ กับหัวใจช้ำๆ ดวงนี้..

    บางสิ่ง บางอย่าง บางคน เข้ามา เพื่อรอการจากไป..

    บางครั้ง.. หัวใจก็เจ็บช้ำเกินจะทนไหว..

    ด้วยหน้าที่การงาน ด้วยจุดพลิกผันของชีวิต และเหตุผลต่างๆ นาๆ

    ทำให้ “เรา” ต้องห่างกัน.. อนาคตจะเป็นอย่างไรนะ..

    ผมจะทนไหวมั้ย.. เมื่อไม่มี “คนสำคัญ” อยู่ใกล้ๆ เหมือนแต่ก่อน

    “คนสำคัญ” หลายคนของผม ค่อยๆ ห่างหายไปทีละคน

    ผมรู้ว่าชีวิตคนเรา ต้องเดินต่อไปข้างหน้า

    และชีวิตไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ ทุกสิ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลง

    แต่จะมีใครรู้บ้าง ว่าเสียงหัวเราะของผมมันเบาลง

    กลายเป็นน้ำตาที่ไม่มีวันเหือดหายไปสักที..

    ปล. บางคน ต้องจากไป เพราะเหตุผลทางครอบครัว

    บางคน เพราะการเรียน และอาชีพการงาน

    แต่บางคน.. กลับไม่มีเหตุผลอะไรเลย …… … .. .. .. ….

    March 06

    The Mist : มฤตยูหมอกพิสูจน์บาป

     
     
    The Mist : หมอกพิสูจน์บาป
     
         ความเป็นมนุษย์ของคุณจะถูกทดสอบหยั่งลึกลงไปถึงก้นบึ้งแห่งจิต โดยผู้กำกับและนักแสดงมากความสามารถ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะตบหน้าคุณฉาดใหญ่ให้รู้ซึ้งถึงธาตุแท้ของจิตใจมนุษย์ทั้งมวล ความบัดซบที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากและเนื้อหนัง ได้ออกมาหลอกหลอนปั่นป่วนและเป็นแรงขับเคลื่อนภาพที่แท้จริง ที่มนุษย์ควรจะตระหนักว่า แท้จริงแล้ว ความสัมพันธ์ของมนุษย์นั้น มันเกาะเกี่ยวกันด้วยเหตุผลกลใด
     
         ภาพยนตร์เปิดฉากขึ้นอย่างสบายๆ สะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกที่ซ่อนไว้ของ "มนุษย์ข้างบ้าน" ที่เรามักนิยามกันอย่างสนิทปากว่า "เพื่อนบ้าน" และเมื่อมนุษย์ข้างบ้าน รวมตัวกับมนุษย์ในหมู่บ้านและกลุ่มชน ภายใต้สภาวะที่ต่างเอาตัวรอด ความวุ่นวายจึงปรากฏขึ้น
     
         หมอกขาวตัวแทนของความไม่รู้ อันตราย การปิดบังความจริง และความสิ้นหวัง รีบเร่งเดินทางห่อหุ้มผู้คนเอาไว้ในซุปเปอร์สโตร์ ความสับสนเริ่มต้นขึ้น การร้องเรียกหาความช่วยเหลือมิได้รับการตอบสนองแต่อย่างใด ใครล่ะจะยอมเสี่ยงในสถานการณ์แบบนี้ คำถามก็คือ นั่นซิ.. ใครล่ะ ?
     
         เมื่อมนุษย์ตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ซึ่งการกระทำของแต่ละคนล้วนมีผลกระทบต่อกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การพยายามเอาตัวรอดโดยการควมคุมสถานการณ์ให้เป็นไปดั่งที่ใจเราคาดหวังจึงเกิดขึ้น ความเชื่อและศรัทธาในสิ่งที่มนุษย์แต่ละคนยึดถือว่าดีงาม ถูกต้องและเหมาะสม จึงถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวอ้างเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตนเอง วาทกรรมเลือดได้เริ่มขึ้นแล้ว ในร้านขายของเล็กๆ แห่งนี้ การเอาตัวรอดอย่างง่ายที่สุด ก็คือการเป็นผู้นำทางความคิด-ความเชื่อนั้นๆ เพื่อที่จะให้ตนเองได้อยู่ในฐานะที่สูงที่สุด และเป็นผู้วางหมากในเกมส์นี้จนตราบเท่าที่จะเหลือเบี้ยให้วาง
     
         กลิ่นของการเมืองระหว่างกลุ่มลอยโชยมา นับแต่หมอกปกคลุมรอบๆ ซุปเปอร์สโตร์ และยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น เมื่อสถานการณ์บีบบังคับให้เลือกข้าง คุณต้องเลือกข้างแล้วล่ะ ว่าจะอยู่ข้างเรา หรือจะเป็นปรปักษ์กับเรา แนวคิดที่มีต่อทางออกของปัญหา มิได้ช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในซุปเปอร์สโตร์นี้เลย แต่กลับโหมกระหน่ำให้ความแตกแยกเกิดขึ้นในหมู่ชน และแบ่งคนออกเป็นสองข้างอย่างเห็นได้ชัด
     
         เรื่องราวยังคงดำเนินต่อไปพร้อมกับ Adrenalin ที่หลั่งออกมาเปื้อนหัวใจเป็นระยะ การทดสอบของพระเจ้ามาเร็วกว่าที่คุณจะทันได้ตั้งตัว
     
    เอาล่ะ.. คุณพร้อมจะทำดี เพื่อพิสูจน์ความเมตตาของพระเจ้าแล้วหรือยัง ?
     
    written by "คนรักลิง"
     
    January 01

    Happy New Life, Happy New Year 2008 !!

     
    http://share.nigmae.net/uploads/posts/1167052618_ng_46.gif
     
         สวัสดีปีใหม่คร๊าบ.. เริ่มต้นปีใหม่กันสักที หลังจากที่ทำตัวไร้สาระมาซะนาน (แต่ตอนนี้ก็ยังงงๆ เอ๊ะ หรือกรูก็ยังไร้สาระอยู่ดีวะ) ปีใหม่นี้ก็ขอให้ทุกๆ คน มีความสุข สมหวังได้อย่างใจ อยากได้อะไร ก็ขอให้ได้อย่างนั้น (ถ้าอยากได้อะไร ก็ไปซื้อเอาซะนะ อย่ามัวแต่งก รอของขวัญอยู่นั่น ไม่มี้ ไม่มี ไม่มีตังค์จะซื้อให้หรอกวุ้ย 555) ใครอยากได้แฟน ก็ขอให้แฟนตกจากสวรรค์ลงมาเกิดเป็นคู่สักที คราวนี้ล่ะ จะได้กินเด็กกันสมใจ ถ้วนหน้าทุกคนเลย หุหุ
     
         ส่วนใครอยากได้รัฐบาลใหม่ ไม่พอใจรัฐบาลขิงแก่ ก็คงสมใจกะการรอคอย เห็นว่า "สมัคร" จะเป็นนายกฯ เอ้า.. เฮ.. เตรียมขนของ ย้ายไปอยู่เมืองนอกกันได้เล้ยยย.. เอิ๊กๆๆๆ ^0^ (นายกฯ อย่างนี้ หนีตายเอาดาบหน้าเลยดีก่ากรู) อ้อ ลืมบอกไป แม้วจะคัมแบ๊กทูไทยแลนด์ วันสงกรานต์ล่ะเด้อ.. พี่น้อง..
     
         พอแระเรื่องการเมือง เดี๋ยวเสปซโดนสั่งปิดกลางอากาศ แล้วจะขำไม่ออก กรู.. - -" เรามาย้อนดูกันดีกว่า ว่าปีที่แล้ว เราทำตัวมีสาระ และไร้สาระกันไปมากขนาดไหน อ่ะๆ ลิสต์เรื่องมีสาระ กะไร้สาระ ที่สุดแห่งปี 2007 มาอย่างละ 5 อันดับ ก็แล้วกานนน..
     
         มีสาระก่อนแล้วกัน.. (จะได้ดูดีมีสมองนิดนึง)
         1. ไปฝึกงานแบบไฮโซๆ กะ DHL Express International (Thailand) Ltd,. ในฝ่ายบุคคล แผนกพนักงานสัมพันธ์ เป็นระยะเวลา 2 เดือนครึ่ง
         2. ได้เกรดเฉลี่ย 4.00 ซ้อนกัน 2 เทอม อิอิ
         3. เอาเสื้อผ้าอันแสนจะไฮโซ (แต่โคตรเก่า) ไปบริจาคให้ผู้ประสบภัยหนาว
         4. พยายามหางานทำสุดชีวิต ประหนึ่งเป็น "มนุษย์เงินเดือน" ที่ต้องการเปลี่ยนงาน
         5. ขวนขวายหาทางไปเรียนต่อต่างประเทศ เพื่ออนาคตที่ดีกว่า (แต่กรูยังงงอยู่เลย ว่าจะไปประเทศไหนดี)
     
         คราวนี้ก็มาไร้สาระ เฮฮาปาจิงโกะกันบ้าง
         1. ชอป กิน เที่ยว โทร มากมาย.. รูดบัตรหมดไปหลายหมื่น.. ตอนบิลมานี่แทบจะเป็นลม
         2. ดูหนังโป๊มาราธอน วันนั้น 11 รอบ เห็นจะได้ (แอบติดเรทนิดนึง อายุต่ำกว่า 18 ควรศึกษาเป็นกรณีตัวอย่าง 55555)
         3. โดดเรียนคอร์สแกรมม่าและโทเฟล 27,000 ฿ ของกรู ละลายหายเข้ากระเป๋า ดร.บุญชัย แห่ง Fast English ไปเรียบร้อย
         4. เศร้าด้วยเรื่องมากมายหลายหลากเหลือเกิน.. เมิงเครียดเว่อร์ไปป่ะเนี้ย.. ไอ้ต้อง
         5. ยังคงใช้เวลาอาบน้ามแต่งตัว และเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 2 ช.ม. เสมอ (ทำให้มีสารถีเปลี่ยนหน้าไม่ซ้ำกันสักกะวัน นั่นคือ พี่โชเฟอร์ คนขับแท๊กซี่นั่นเอง)
     
         หลังจากประมวลผลแล้ว.. ความไร้สาระของกรูนี่มันช่างยากจะอภัยจริงๆ ไอ้สาระข้างบนนี่ไม่ได้ช่วยอะไรเล้ยยย (ให้ผู้ชายเป็นตุ๊ดเถอะ แม่เจ้า) เอาวะ ปีนี้เอาใหม่ กรูจะทำตัวให้มีสาระกว่านี้ก็แล้วกัน สู้โว้ยยย.. ไอ้ต้อง !!
     
    November 09

    เช้านี้มีน้ำตา..

     
     
         ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับรอยน้ำตา.. และความมึนงง.. 3 ชั่วโมงแห่งการนอนหลับที่เพิ่งผ่านมา.. ไม่ได้ช่วยให้จิตใจสงบขึ้นเลย ผมเพิ่งรู้ตัวว่า "นอนไม่หลับ" อะไรบางอย่างในตัวผมกำลังกระซิบเบาๆ เหมือนเพียงเพื่อจะให้ผมทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น.. ผมได้แต่จ้องมองตัวเองในกระจก.. แล้วบอกกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมาว่า "ทำไมแกมันน่าสมเพชอย่างนี้วะ" ความรู้สึกเดิมๆ เริ่มกลับมา แล้วน้ำตาก็เริ่มไหลอีกครั้ง.. และผมก็ได้แต่..
     
    " นั่งกอดเข่า ร้องไห้คนเดียว "
     
    October 24

    " Sandglass "

     
     
     
         เวลาเริ่มเหลือน้อยลงทุกที.. แทนที่จะใช้เวลาที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด.. แต่บางคนกลับเลือกที่จะปล่อยผ่านเวลาเหล่านี้ไปอย่างง่ายดาย โดยไม่พยายามเปิดตาและใจมองดูสักนิดเลย ว่าวันเวลาที่เหลืออยู่นั้น เริ่มลดน้อยลงทุกวัน ทุกวินาที..
     
         ความขัดแย้งพลิกผันวิถีแห่งปัจจุบันและอนาคต ความผูกพันอาจไม่ใช่สิ่งเดียวที่ขับเคลื่อนความสัมพันธ์ในปัจจุบันและอนาคตอีกต่อไป และหากเวลาใกล้หมดลงดังที่ว่าไว้.. โอกาสของความรู้สึกดีๆ ที่พึงมีให้กันนั้น จะเหลือสักเท่าใดกันเล่า..
     
    หวัง และรอคอยให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นในช่วงเวลาอันจำกัดนี้..
     
    แด่ผู้ที่ไร้ความเป็นอมตะทุกคน
     
    October 21

    เช็ดออกได้.. !!

     
     
         คำถามบางคำถาม.. ก็ไม่ได้ต้องการคำตอบ หรือคำอธิบายอะไรที่ยืดยาว.. บางครั้งอาจแค่เพียงต้องการสังเกตดูท่าทีของผู้ถูกถาม ก็เพียงเท่านั้น.. ท่าทีต่างๆ.. สามารถทดแทนคำตอบ และคำอธิบายได้ร้อยพัน เพียงแค่ไม่กี่วินาทีสั้นๆ คำตอบต่างๆ ล้วนพรั่งพรู ถาโถมเข้ามาเพื่อคลี่คลายปมปัญหา และทันใดนั้น ความกระจ่างก็พลันเกิดขึ้นในใจ..
     
         น้ำตา.. อาจเป็นคำตอบ ของคำถามใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป.. ผู้ถามสามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้.. และปล่อยให้น้ำตาหลายหยด ไหลลงมาเพื่อชะล้างความสงสัยของตนลงไป คำถามเกิดขึ้นและจบลงที่ตัวผู้ถามเอง.. โดยไม่ต้องการคำตอบจากผู้ถูกถามเลยแม้แต่น้อย.. เพราะน้ำตา คงจะเป็นตัวแทนที่ดีกว่าคำตอบที่แท้จริง..
     
    อย่างน้อย มันก็เช็ดออกได้.. และไม่ฝังลึกลงไปในใจ !!
     
    September 22

    ลมหนาวมาแล้ว..

     
     
    .. ฝนซาลงไปแล้ว ..
     
    .. ลมหนาวพัดเข้ามาแทนที่ ..
     
    ผมหนาวครับ.. ตัวสั่นไปหมด ทำไงดี ?
     
    September 01

    ฉันเองที่ยืนผิดที่ใช่มั้ย ?

     
    ในความชินชาและเมินเฉย ฉันรู้ได้เลยระหว่างเรา
    เพราะเขาคนนั้น ใช่รึเปล่า ที่เธอยังคงไม่ลืม
    จับมือมองตาอยู่กับฉัน แต่ใจเธอลอยไปหาใคร
    จะวางตัวเองฐานะอะไร แค่ตัวแทน.. ยังเป็นไม่ได้เลย..
     
    เก็บใจให้เค้าดีกว่ามั้ย !
    ถ้าเธอไม่พร้อมจะมี.. ฉันอยู่
    ถามใจเธอย่อมรู้ดี ว่าแอบเว้นที่ให้ใคร
     
    ไม่ต้องเผื่อรักให้กับฉัน
    คนที่เพิ่งรู้ตัวและเข้าใจ
    ฉันเองที่ยืนผิดที่ใช่มั้ย ?
    เมื่อในหัวใจเธอยัง.. รอแต่เขาคนเดียว
     
    อาจทำได้เพียงแค่กอดเธอ
    แต่ไม่มีทางจะได้เธอ
    จะดึงเวลาให้ช้ำทำไม
    จะพอแล้ว.. ก็คงต้องถอนตัว
     
    August 20

    " Bangkok love story "

     
     
    นี่คือเรื่องราวของชายสองคนที่รักกัน... แต่ไม่มีวันสมหวังในความรัก
     
    นี่คือเรื่องราวของความรัก... ที่แม้ไม่สมควรเกิด

    แต่เมื่อมันพร้อม... ก็ไม่มีสิ่งใด
     
    .. มาขวางกั้นได้ ..
     
     
    "ความรัก" กับ "ความผูกพัน"
     
    มั น เ ป็ น สิ่ ง เ ดี ย ว กั น ห รื อ เ ป ล่ า  ?
     
    .. บอกผมที ..
     
    August 13

    เศร้า..

     
     
     The image “http://sven.ice.org/Images/Art/Paintings/Sad.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.
     
    เห็นภาพนี้แล้วโดน.. มันสื่ออารมณ์ผมตอนนี้ได้ดีที่สุดจริงๆ
     
    " เศร้า "
     
    August 06

    Lost !

     
     
    " Lost "
     
    เมื่อก่อนเคยคิดว่า ทำไม ?
     
    ถึงได้แปลว่า " หลงทาง " และ " สูญเสีย "
     
    ทั้งๆ ที่ความหมายก็ไม่ได้ใกล้เคียงกันเลย แต่.. ตอนนี้รู้ซึ้ง
     
    ขอไว้อาลัย แด่น้าต่อ น้าชายผู้เป็นที่รักยิ่ง ผู้เติมเต็มความสุขและรอยยิ้ม
     
    ความทรงจำเหล่านั้นจะไม่มีวันสูญหายไปจากใจของหลานคนนี้ รักและอาลัยอย่างสุดซึ้ง
     
    ปล.ขอให้น้ำตาเหือดแห้งไป หากมันจะทำให้ความสุขกลับคืนมา.. น้ำตาที่กลั่นมาจากส่วนลึกของใจ
     
    " รักน้าต่อครับ "
     
    July 30

    ยังเป็นห่วงเสมอนะ

     
    .. For all ..
     
    " Special Relations "
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับ "ความสัมพันธ์" ของเรา
     
    .. แต่ ..
     
    " ยังไงก็ยังเป็นห่วงนะครับ "
     
    July 05

    มือคุณอุ่นหรือยัง ?

     
     
     
    "ฉันจะไปกับเธอ"
     
    ลองมองภาพนี้ซิ.. เด็ก 2 คนนี้ ไม่รู้ว่ารู้จักความรักมากน้อยเพียงไร
     
    แต่อย่างน้อยที่สุด 2 คนนี้ ได้เติมเต็มให้กันและกัน เพียงแค่มือทั้งสองจับกันไว้ ก็ทำให้หัวใจอุ่นขึ้นมาทันใด
     
    หัวใจที่เย็นเยือกคงอุ่นขึ้นอีกเยอะ
     
    หากมีมือที่อบอุ่นมากุมไว้ เหมือนกับจะบอกกับเราว่า..
     
     
    I'm here with you
     
    you are not alone, baby !
     
     
    วันนี้มือของคุณอุ่นแล้วหรือยัง ?
     
     
    June 18

    The Lonely Hideout

     
     
    เวลาที่เหงา.. ทำยังไงถึงหายเหงากันคับ ?
     
    คุณเคยอยากหนีไปให้ไกลจากสถานที่เดิมๆ กันบ้างมั้ยคับ
     
    มีที่ไหนบ้างมั้ย ที่เราสามารถหลบหนีจากผู้คน และคำถามต่างๆ แล้วหอบเอาความเหงาไปทิ้งไว้
     
    บางทีการหนีไปให้ไกล จากสถานที่เดิมๆ จากผู้คนที่คุ้นหน้า.. ก็ทำให้ความเหงา-ความเศร้า หายไปได้ชั่วขณะหนึ่ง คิดงั้นมั้ยคับ ?
     
    June 12

    Eye Contact !!

     
    เพียงแค่สายตา.. ก็สามารถบ่งบอกความรู้สึกที่ซ่อนไว้ได้
     
    สายตาของคุณ.. ซ่อนความรู้สึกเอาไว้ได้รึเปล่า ?
     
    I know.. 'Coz ur eyes !!
     
    June 11

    Destiny

     
         วันนี้ตอน 16.00 น. ผมได้เจอกับคนที่ผมเคยชอบตอนผมอยู่ ปี 1 ที่ MRT บางซื่อ
     
         ตอนแรกก็งงๆ ว่าเอ้อ.. มาเจอกันได้ยังไง เพราะต่างฝ่ายก็ต่างมองกันอยู่ว่าใครนะ.. ดูดีจัง..
     
         พอเดินเข้ามาใกล้ๆ เอ้า.. รู้จักกันนี่หว่า ซะงั้นเลย เหอๆ
     
         หลังจากทักทายกันตามปกติ เราต่างก็เดินไปตามทางของตัวเอง..
     
         แต่ที่น่าแปลก.. ตอนขากลับประมาณ 23.00 น. มีสายเข้ามาที่มือถือของผม..
     
         "เพิ่งกลับบ้านเหรอ.. กลับซะดึกเชียว"
     
         ผมล่ะงง.. รู้ได้ไงหว่า.. เค้าเลยบอกว่า "ก็เมื่อกี้เดินสวนกัน เรียกต้องแล้ว แต่ต้องไม่ได้ยิน"
     
         นี่แสดงว่า เราเดินสวนกันทั้งขาไปและขากลับเลยเหรอเนี่ย.. (ไม่ได้นัดเวลาด้วยนะ)
     
         บางครั้ง พรหมลิขิต ก็เล่นตลกกับชีวิตคนเรามากมายเหลือเกิน !!
     
     
    June 06

    บางที.. ก็แอบยิ้มได้ !

     
         ชีวิตผมมันเศร้า !
     
         แต่.. บางทีมันก็แอบยิ้มได้.. อิอิ..
     
         - ปั้นชมว่าตัดผมแล้วหน้าใส ดูสุขภาพดี มีสีชมพูระเรื่อๆ (กลั้นยิ้มสุดชีวิต 555)
     
         - คำขอบคุณ ที่ผมไม่ได้คาดหวัง ทำหัวใจชุ่มชื่นได้เสมอ
     
         - เต้ยชมแล้วชมอีกว่า "ต้องหน้าใสเนอะ โชคดีจัง ไม่มีสิวเลย" คริ.. คริ..
     
         - ความภูมิใจ ที่ทุกคนมีให้ผม.. อย่างน้อย ผมก็ได้ทำให้ใครบางคนรู้สึกดี
     
         - ของขวัญมากมายเหลือเกิน จากพี่ๆ DHL Express International (Thailand) Ltd.
     
         - การมีคนมาชอบ.. ก็ทำให้ชีวิตมีสีสันมากขึ้นอีกเยอะเลย หุหุ
     
         - อัธยาศัยดีๆ ที่พ่อค้า แม่ค้าและคนขายของ มีให้กับผม บางทีก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมไปแล้ว
     
         - คนแปลกหน้า ที่มองผมแล้วยิ้มให้กัน ทำให้รู้สึกว่า โลกนี้ยังต้องการรอยยิ้มเสมอ
     
         - รุ่นน้องที่ยังเคารพกันเสมอมา ผมรักน้องพวกนี้จัง..
     
         - อาจารย์ที่น่ารัก ยืดหยุ่น และขี้เล่นในบางครั้ง ทำให้บรรยากาศการเรียนดีขึ้นเยอะเลย
     
         - เพื่อนเก่า แม้จะเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามกาลเวลา แต่.. ความทรงจำดีๆที่มีให้กัน ยังคงทำให้ยิ้มได้
     
         - กาแฟ เจ้าหมาน้อยของผม มันทำให้ผมยิ้มและหัวเราะได้เสมอ
     
         - เปียว ซื้อของมาให้อีกแล้ว รักมันจริงๆเลย เอิ๊กๆ
     
         - เต้ยถึงขนาดอดมื้อกินมื้อ เพื่อเก็บเงินไปเที่ยวทะเลกับผมกับเปียว ดีใจจัง แต่ก็สงสารว่ะ ร้ากกกเมิงที่ซู้ดดด..
     
         - เพื่อนรักของผมทั้ง 2 คน ทำให้ผมมีความสุขมาก ถ้าไม่มี 2 คนนี้ ผมก็คงไม่รู้จักคำว่า "ความสุข" และ "รอยยิ้ม"
     
         - สุดท้ายแล้ว..
     
         - กระจก.. เห็นทีไร ยิ้มใส่ทุกที 5555555555555
     
    May 23

    หมาข้างถนน.. ความต่างบนความเหมือน !!

     
              ชีวิตหมาข้างถนน บางครั้งก็ดูมีอิสระ อยากทำอะไรก็ทำ อยากจะไปไหนก็ไป แต่มองกลับกัน.. มันต้องต่อสู้กับสภาพสังคมรอบด้าน.. ไม่ว่าจะเป็นหมาหมู่ หมาที่จะมาแย่งอาหาร หรือแม้แต่คนที่คิดจะทำร้าย.. หมาข้างถนนไม่มีเจ้าของ.. ไม่มีบ้านให้กลับ.. และไม่มีใครคอยเป็นห่วงว่ามันจะกลับถึงบ้านรึยัง.. หรือมันจะเป็นอย่างไร.. มันหายไปไหน.. จะตาย.. หรือไม่ตาย.. ไม่ใช่ประเด็น !!
     
              ชีวิตคนบางคนก็ไม่ต่างกัน..
     
              หมาข้างถนนฝูงหนึ่งริมทางรถไฟชุมทางบางซื่อ.. หมาขี้เรื้อนตัวนึงในนั้น กำลังขู่ไม่ให้หมาสีส้มแดงเข้ามาแย่งอาหาร จากรถกระบะใจบุญที่เอาอาหารเหลือมาแจก.. คนเมาแถวนั้นพยายามเตะหมาพวกนี้ให้แตกฝูง หมาไม่มีใคร.. หมาไม่มีเจ้าของ.. หมาได้แต่หนี.. หมาไม่มีบ้านให้หลบ.. เอ๊ะ..?? หรือว่า.. มันจะยังไม่ได้กลับบ้าน..
     
              ผมกำลังนั่งรอรถเมล์สาย 70 คันสุดท้าย.. หิว.. ง่วง.. และอยากกลับบ้านเป็นที่สุด.. ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า "เอาวะ.. อย่างน้อยกรูก็จะได้กลับบ้านแล้ว" เพราะนั่นอาจเป็นข้อดีข้อเดียว ณ ขณะนั้น ที่ผมมีมากกว่าหมาข้างถนนพวกนี้..
     
              ชีวิต.. ไม่ได้ต่างกันหรอก เจ้าหมาน้อย.. !!
     
    May 06

    จดหมายถึงเพื่อน..

     
    ถึงเปียว,ไฮยีน่าของกู (กบของคนอื่น)
     
         กูก็ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่มึงจะได้เข้ามาอ่านนะเปียว กูเศร้าว่ะตอนนี้ แต่กูไม่อยากเอาความเศร้าของกูไปฝากไว้กะมึง จะพาลพามึงเศร้าไปกะกูซะงั้น กูเลยขอมาระบายไว้ในนี้
     
         อย่างแรกเลย ทำไมกูกะเต้ยถึงดูห่างกันแปลกๆวะช่วงนี้ กูเสียใจ.. หรือมันไม่ได้ห่างกันแค่ตัววะ หรือว่ากู assume เอาเองวะ จริงๆมันคงไม่ได้เป็นอย่างนั้นใช่มั้ยมึง.. กูไม่เข้าใจ กูไม่อยากใส่หน้ากากหามัน กูอยากเป็นตัวกูเอง.. เพราะกูจริงใจกะมัน แต่กูก็ไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง.. กู.. เครียด..
     
         กูเคยคิดว่า.. ถ้าชีวิตกูมันดูไร้ค่านัก.. กูก็ควรที่จะทำอะไรสักอย่างให้มันดูมีค่าขึ้นมา.. เพราะอย่างงี้ไง กูเลยทุ่มให้กับการเรียน การทำงาน ทำกิจกรรมบ้าๆบอๆตั้งหลายอย่าง กูเพี้ยนมั้ยเนี่ย.. กูพยายามทำตัวเองให้ไม่ว่าง.. จะได้มีข้ออ้างให้กับตัวเอง.. ว่ากูไม่ว่าง.. กูคงไม่ว่างพอที่จะมีคนมารัก.. คนบ้างานอย่างกู ใครจะมารัก..
     
         และกูก็คิดอย่างนี้มาตลอด กูได้แต่คิดว่า ที่กูไม่มีแฟน ที่กูไม่ได้เที่ยวเล่นเฮฮาเหมือนคนทั่วไป ก็เพราะกูต้องทำงาน ทั้งที่จริงๆแล้ว กูก็เลือกที่จะไม่ทำได้ แต่กูก็เลือก คงเป็นเพราะ.. งานนั้นมันบอกกูเสมอว่า ถ้ากูทำสำเร็จ กูก็จะดูมีค่า และมีความสำคัญ.. กลับกัน.. ถ้ากูเลือกที่จะว่าง.. กูอาจจะดูไม่สำคัญกับใครอีกเลย..
     
         หลายคนที่กูเจอ ชอบบอกว่ากูมีแฟนแล้ว.. กูยิ้มให้ทุกคนที่พูดแบบนี้ และบอกกลับไปว่า "ไม่มีครับ.. จริงๆครับ.." และกูก็ต้องยืนยันอีกทีว่า "จริงๆครับ" เมื่อเค้าบอกว่า "ไม่เชื่อ" หน้ากูมันยิ้ม.. แต่ใครจะรู้ว่าใจกูร้องไห้ !!
     
         กูไปดู Me..Myself มา มึงคงรู้ว่าฉากที่กูร้องไห้ไม่ยอมหยุดคือฉากไหน กูเดินออกมาเข้าห้องน้ำ แต่พอนึกถึง กูก็โฮออกมาแบบหยุดไม่ได้.. เกรดเฉลี่ยกู คงเป็น Indicator ที่ชัดเจนอยู่แล้ว ว่ากูสูญเสียความรักไปเพื่อแลกกับอะไร.. งานไงมึง.. กูเป็นคนบ้างานไปตั้งแต่เมื่อไหร่.. กูก็ไม่รู้ตัว..
     
         เมื่อวันเสาร์กูไป JJ กับพี่ที่ DHL มา (คนละทริปกับสวนรถไฟนะ) กูเปียกฝนอ่ะมึง.. กูปวดหัวมาก.. แต่จะมีสักกี่คนวะมึง.. ที่รู้ว่าแค่กูโดนละอองฝน กูก็ไม่สบายแล้ว.. (กูรู้ว่ามึงรู้.. อย่าเพิ่งน้อยใจ) ตอนนั้นกูก็แอบคิดนะ.. มันเหมือนกับว่า กูกะลังเดินตากฝนอยู่คนเดียวเลยว่ะ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
     
         กูได้แต่หวัง.. ว่าคนที่กูรักเค้า.. เค้าจะรักกูบ้าง.. แต่กูก็ไม่รู้ว่า.. สักวัน.. เมื่อคนที่เค้ารักกลับมาหาเค้า.. กูจะอยู่ในฐานะอะไร.. !!
     
         ปล. ตอนฝนตกเนี่ย.. ถ้ามีคนคิดถึงและเป็นห่วงกูบ้าง.. ก็ดีเนอะ อย่างน้อยคงหายเหงา
     
         เพราะน้ำฝน มันทั้งหนาวและเหงาเหลือเกิน !!!
     
    จากกู,ต้อง.. ลิงผสมหมาของมึง !!
     
    March 04

    My Pics